มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

หลิวซู

สนาม: Tianyi

บทนำ:ทั้งนี้ขอให้แนวทางการปฏิบัติหน้าที่ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีรูปแบบที่เปลี่ยนไปมาก กกต จึงประเมินว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีความเข้มข้นโดยเฉพาะที่หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งจะมีผู้มีสิทธิในหน่วยเลือกตั้งเพิ่มขึ้น ขณะที่กรรมการประจำหน่วยลดลง จึงอยากให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งได้เป็นที่ปรึกษาและสร้างขวัญกำลังใจกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และควรทำความรู้จักเครือข่าย กกต อาทิ ศูนย์ส่งเสริมพัฒนา ประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล (ศสปชต) หมู่บ้านไม่ขายเสียง ซึ่งจะเป็นส่วนสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งอีกส่วนหนึ่ง นอกจากนั้นผู้ตรวจการเลือกตั้งหลายท่านมีประสบการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งมาแล้ว ดังนั้นจึงขอให้ศึกษาทำความเข้าใจกฎหมายและระเบียบใหม่ๆ ให้มากขึ้น...

เด็กเป็นเพียงจิน Tiemuzhen

สนาม: Pan'an ข่าวเครือข่าย

บทนำ: ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว

วอ ล เล็ ต สล็อต1️⃣LOOK618
plx | <动态当天时间> | อ่าน(952) | แสดงความคิดเห็น(862)
ส่งผลให้มีราคาดังนี้ เบนซิน ราคา 3596 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล 95 ราคา 2885 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล 91 ราคา 2858 บาท/ลิตร E20 ราคา 2584 บาท/ลิตร E85 ราคา 2064 บาท/ลิตร ดีเซล ราคา 2929 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด)【อ่านข้อความเต็ม】
2jp | <动态当天时间> | อ่าน(863) | แสดงความคิดเห็น(138)
ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
nb2 | <动态当天时间> | อ่าน(638) | แสดงความคิดเห็น(109)
พรรคอะไหล่แม้วป่วน ทักษิณบินเข้าสิงคโปร์ เคลียร์เขตสมุนลงสส 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
ltv | <动态当天时间> | อ่าน(908) | แสดงความคิดเห็น(733)
ทนายสงกานต์ ลั่นศรัทธา พลังประชารัฐ ทางเลือกใหม่ของปชช 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 10:52 น 【อ่านข้อความเต็ม】
z2b | <动态当天时间> | อ่าน(39) | แสดงความคิดเห็น(715)
ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
pbp | 2021-09-20 | อ่าน(295) | แสดงความคิดเห็น(341)
แต่ในแง่โรดแมปการทำงาน กสทช จำเป็นต้องต้องกำหนดแผนจัดสรรคลื่นความถี่ อย่างนี้ 3-5ปี เพื่อให้ภาคธุรกิจเอกชน ที่สนใจในตัวเทคโนโลยีดังกล่าว สามารถเตรียมความพร้อมทางการลงทุนและทำแผนธุรกิจ แน่นอนหากไม่ประกาศให้ชัดคนทำธุรกิจก็ลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงทุน 5 จี นั้นมีมูลค่ามหาศาล และมีธุรกิจอื่นๆที่มาเกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก การมีแผนที่ชัดเจน ก็จะช่วยให้เกิดความมั่นใจว่าอนาคตจะมีคลื่นความถี่มารองรับนวัตกรรมใหม่ๆ【อ่านข้อความเต็ม】
2jt | 2021-09-20 | อ่าน(12) | แสดงความคิดเห็น(221)
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 พย ที่ผ่านมานายชำนาญได้ยื่นฟ้องนายสืบพงษ์ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ฐานละเมิดฯ กรณีที่นายสืบพงษ์ให้สัมภาษณ์ในวันที่มีมติถอดถอนนายชำนาญออกจากตำแหน่ง กต เมื่อวันที่ 26 ตค ที่ผ่านมา โดยเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้นายชำนาญเองก็เคยได้มอบอำนาจให้ทนายความเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สนทุ่งสองห้อง กล่าวโทษนายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 4, นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2, นายพงษ์ศักดิ์ ตระกูลศิลป์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์, นายพัลลอง มั่นดี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา และ นสมณี สุขผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ในข้อหาหมิ่นประมาท, หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา, นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และ พรบว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พศ2550 มาตรา 14 และร้องทุกข์กล่าวโทษนายสืบพงษ์ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157【อ่านข้อความเต็ม】
fn3 | 2021-09-20 | อ่าน(974) | แสดงความคิดเห็น(542)
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่านายทักษิณ ชินวัตร และนสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาประเทศสิงคโปร์ เพื่อมาวางแนวทางการทำงานให้กับพรรค ทษช นั้น รทปรีชาพล กล่าวว่า ไม่ทราบ อย่างไรก็ตามคนที่มาร่วม ทษช ส่วนใหญ่จะเคยอยู่พรรคเพื่อไทย และเคยร่วมงานกันมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย มีความเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณทางการเมือง ที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย การมาตั้งพรรค ทษช จิตวิญญาณนั้นก็ไม่ได้หายไปจากเรา และนายทักษิณทำคุณประโยชน์ให้ประเทศมานานับประการ และยังอยู่ในหัวใจประชาชน วันนี้ท่านไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองแล้ว หากมีสมาชิกเดินทางไปพบก็ถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล【อ่านข้อความเต็ม】
phf | 2021-09-20 | อ่าน(718) | แสดงความคิดเห็น(780)
พรรคอะไหล่แม้วป่วน ทักษิณบินเข้าสิงคโปร์ เคลียร์เขตสมุนลงสส 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
n3n | 2021-09-19 | อ่าน(845) | แสดงความคิดเห็น(741)
ศรีสุวรรณ ยัวะเกรียนคีย์บอร์ดถล่มเละ ร้องปอทฟันหมิ่นประมาท 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 10:05 น 14 พย 61 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ตนเอง ได้พยายามปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพลเมืองไทยที่ดีตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยการยื่นร้องเรียนและตรวจสอบผู้มีอำนาจรัฐและข้าราชการระดับสูง ที่ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบมานับ 10 ปี รวมทั้งเป็นตัวแทนชาวบ้านที่มีความเดือดร้อนและเสียหายจากการถูกกลั่นแกล้งจากอำนาจรัฐ และการละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานราชการทั้งประเทศในทุกรัฐบาล ทุกยุค ทุกสมัยจวบจนปัจจุบัน โดยไม่สนใจว่าจะเป็นพวกของใคร ฝ่ายใด สีการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น แต่ปรากฏว่ามีพวกนักเลงคีย์บอร์ดเป็นจำนวนมากที่ชอบเชลียร์ผู้มีอำนาจ ล่าสุดคือ กรณีการตรวจสอบ ฮAW 139, AW 149 และการคัดค้านการขึ้นค่าเอฟที ทำให้นักเลงคีย์บอร์ดจำนวนมากรับไม่ได้ที่มาแตะต้องคนที่ตนบูชา จึงพยายามบิดเบือนข้อมูลข่าวสารในสังคมออนไลน์ เพจเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ต่างๆ ในลักษณะการใส่ร้ายป้ายสี ดิสเครดิตการทำหน้าที่ของตนจนก่อให้เกิดความเสียหาย เป็นที่เกลียดชังของผู้ที่ได้รับสื่อ อันถือเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่ 3 โดยประการที่น่าจะทำให้ตนเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ มาตรา 328 ประกอบ ม14 (1) แห่ง พรบว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ 2550 ด้วยเหตุดังกล่าว จะนำรายชื่อเจ้าของเพจต่างๆ ที่หมิ่นประมาทตนไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บกปอท) เพื่อดำเนินการเอาผิดเจ้าของเพจต่างๆ รวมทั้งผู้ที่แชร์ข้อมูลดังกล่าวด้วย โดยจะเดินทางไปแจ้งความ ในวันพฤหัสที่ 15 พย 2561 เวลา 1030 น ณ บกปอท ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ชั้น 4 ถแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม【อ่านข้อความเต็ม】
hln | 2021-09-19 | อ่าน(375) | แสดงความคิดเห็น(405)
ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
3pb | 2021-09-19 | อ่าน(348) | แสดงความคิดเห็น(169)
ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
th1 | 2021-09-19 | อ่าน(990) | แสดงความคิดเห็น(350)
ขณะเดียวกันอยากให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งยึดถือมาตรฐานจริยธรรมเดียวกันกับ กกต โดยการใช้อำนาจโดยสุจริต เที่ยงธรรม มีความกล้าหาญ ไม่อยู่ภายใต้การครอบงำ ปราศจากอคติ เพื่อเป็นเกราะคุ้มภัยในการทำหน้าที่ของเรา อย่างไรก็ตาม กกต ผู้บริหารสำนักงาน กกต มีความยินดีและพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการเลือกตั้งทุกคน【อ่านข้อความเต็ม】
tp1 | 2021-09-18 | อ่าน(44) | แสดงความคิดเห็น(365)
พรรคอะไหล่แม้วป่วน ทักษิณบินเข้าสิงคโปร์ เคลียร์เขตสมุนลงสส 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
npv | 2021-09-18 | อ่าน(730) | แสดงความคิดเห็น(193)
“ธนารักษ์” ลุยขึ้นค่าเช่าที่ราชพัสดุเชิงพาณิชย์เป็น 4% หวังสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีก 3พันล้าน 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 10:41 น 【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-09-21

ทาง เข้า jack881️⃣M98| slot pg ใหม่ ล่าสุด1️⃣M98| slotxo 791️⃣LOOK618| pg slot asia 15 รับ 100 1️⃣2021| scr888 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| บา คา ร่า ออนไลน์ ฟรี 1️⃣2021| เกม สล็อต ออนไลน์ joker1️⃣M98| มา คา ร่า 661️⃣M98| สล็อต ออนไลน์ 6661️⃣M98| เว็บ เกม สล็อต โจ๊ก เกอร์ 1️⃣2021| dubai galaxy8881️⃣M98| 918kiss เล่น ใน เว็บ 1️⃣2021| ยู ฟ่า แจก เครดิต ฟรี1️⃣M98| ฝาก 30 รับ 200 1️⃣2021| เกม ยิง ปลา เว็บ ไหน ดี 20211️⃣M98| ค่าย jili เครดิต ฟรี1️⃣M98| ฝาก 100 รับ 4001️⃣LOOK618| full slot สมัคร 1️⃣2021| joker123 ฝาก ถอน ออ โต้1️⃣LOOK618| ฝาก 25 รับ 100 joker1️⃣M98| https www luk666 com livegame1️⃣LOOK618| slot ผ่าน true wallet 1️⃣2021| star gclub 1️⃣2021| 48jk slot 1️⃣2021| เครดิต ฟรี 20 บาท1️⃣LOOK618| ufa sa ทาง เข้า 1️⃣2021| เกม ออนไลน์ 2020 สล็อต1️⃣LOOK618| ฝาก 10 รับ 100 2021 1️⃣2021| fun888 ฟรี 3001️⃣M98| มาเฟีย 1911️⃣M98| empire777 คา สิ โน1️⃣M98| pussy888 ฝาก 10 รับ 1001️⃣M98| เว็บ สล็อต ฝาก 300 รับ 6001️⃣M98| สล็อต จี คลับ 777 1️⃣2021| slot โร ม่า1️⃣M98| 123 slot 1️⃣2021| เล่น โจ๊ก เกอร์1️⃣LOOK618| amazon 168xo1️⃣M98| สบาย ดี 99 สล็อต1️⃣LOOK618| ฝาก 10 ได้ 1001️⃣M98| ทดลอง เล่น สล็อต ออนไลน์1️⃣LOOK618| ทาง เข้า mafia9991️⃣LOOK618| เข้า เล่น slot1688 1️⃣2021| ทาง เข้า world1688 1️⃣2021| เล่น เกม สล็อต roma1️⃣LOOK618| 888sagame1️⃣M98| joker โปร 100 เทิ ร์ น 1 เท่า1️⃣M98| slot เปิด ใหม่1️⃣M98| slotxo kd 1️⃣2021| gtr365bet สมัคร1️⃣M98| 123 kfc bet1️⃣M98| 100 ได้ 3001️⃣LOOK618| เว็บ โจ๊ก เกอร์ ฝาก ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣LOOK618| joker123 ฝาก ถอน วอ เลท1️⃣M98| slot โปร ฝาก 1 บาท1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี 100 ทํา เทิ ร์ น 1 เท่า1️⃣M98| ฝาก 100 รับ 200 joker 1️⃣2021| บา คา ร่า ออนไลน์ สด1️⃣M98| joker ฝาก 15 บาท ได้ 1001️⃣M98| สมาชิก ใหม่ ฟรี เครดิต สล็อต1️⃣LOOK618| game slot 661️⃣M98| m2mbet เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| royal casino 88 1️⃣2021| joker123 สมัคร1️⃣M98| คา สิ โน joker 1️⃣2021| sugar pop ได้ เงิน1️⃣M98| เว็บ โจ๊ก เกอร์ ฝาก ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣LOOK618| gclub ac1️⃣M98| คา สิ โน เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 20201️⃣M98| slotjoker999 1️⃣2021| xoslot 168 1️⃣2021| joker ฝาก 1 บาท ได้ 100 ล่าสุด1️⃣M98| เว็บ แทง บา คา ร่า1️⃣LOOK618| 918kiss รับ เครดิต ฟรี 1️⃣2021| บา คา ร่า ท รู วอ ล เล็ ต1️⃣M98| ถอนเงิน สล็อต joker1️⃣M98| fifa888 เครดิต ฟรี 300 1️⃣2021| สมัคร บา คา ร่า เช็ ก ชี่ 1️⃣2021| เว ป จี คับ1️⃣M98| ฟรี เครดิต 300 ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣LOOK618| gclub auto1️⃣M98| เว็บ คา สิ โน ออนไลน์ อันดับ 11️⃣LOOK618| ปั่น สล็อต 100 บาท1️⃣LOOK618| คา สิ โน ออนไลน์ เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣M98| เว็บ พนัน ออนไลน์ ฝาก ขั้น ต่ํา1️⃣LOOK618| สมัคร บา คา ร่า ขั้น ต่ํา 10 บาท1️⃣LOOK618| สล็อต xo ท รู วอ ล เล็ ต1️⃣M98| เกมส์ ออนไลน์ ได้ เงิน จริง สมัคร เล่น ฟรี1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ได้ จริง ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์1️⃣M98| joker เครดิต ฟรี 50 ไม่ ต้อง ฝาก ล่าสุด 1️⃣2021| 30 รับ 100 pg1️⃣LOOK618| 888 slotxo 1️⃣2021| ufa maximum 1681️⃣M98| เข้า สู่ ระบบ joker18881️⃣M98|